ไปซินเจียงทั้งที จะเลือก “เหนือ” หรือ “ใต้” ทำไม…ถ้าเที่ยวได้ทั้งสองฝั่งในทริปเดียว

ถ้าหากคุยเคยเปิดดูโปรแกรมทัวร์ซินเจียงจากหลาย ๆ ที่มาก่อน คุณน่าจะตั้งคำถามนี้ขึ้นมาเร็วมาก
จะไปซินเจียงเหนือ หรือซินเจียงใต้ดี?
ฝั่งเหนือมีทะเลสาบสีฟ้า ภูเขาหิมะ ป่าสน หมู่บ้านกลางหุบเขา และทุ่งหญ้าที่เห็นในรูปแล้วชวนให้นึกถึงสวิตเซอร์แลนด์ ส่วนฝั่งใต้กลับให้อารมณ์คนละโลก ทั้งเมืองโบราณ เส้นทางสายไหม สถาปัตยกรรมอุยกูร์ ทะเลทราย หุบเขาหินแดง และเทือกเขาปามีร์
เลือกฝั่งหนึ่ง ก็เหมือนต้องยอมทิ้งอีกฝั่งหนึ่งไว้ทริปหน้า
และนั่นคือเหตุผลที่โปรแกรม “ซินเจียง เหนือจรดใต้ 15 วัน 13 คืน” ของ Holiday Tour Center น่าสนใจตั้งแต่ยังไม่ต้องเปิดดูรายละเอียดสถานที่ เพราะมันตอบโจทย์ง่าย ๆ ว่า
"ถ้ามีเวลาและตั้งใจจะไปซินเจียงจริงจังสักครั้ง ก็ไม่จำเป็นต้องเลือกว่าจะเหนือหรือใต้"
โปรแกรมเดินทางช่วงเดือนเมษายน–กันยายน 2570 ราคาเริ่มต้น 138,000 บาท รวมตั๋วเครื่องบินไปกลับพร้อมเที่ยวบินภายใน ค่าทิปทั้งหมด น้ำดื่ม และไกด์ไทยดูแลตลอดทริป พักโรงแรมระดับ 4 ดาว และได้พักระดับ 5 ดาวที่คูชา 2 คืน
เริ่มต้นจากอัลไตทางตอนเหนือ ไล่ลงผ่านคานาส เหอมู่ เซย์ราม อี้หนิง นาลาที ก่อนเปลี่ยนบรรยากาศเข้าสู่คูชาและปิดท้ายที่คัชการ์ทางตอนใต้ โดยมีเที่ยวบินภายในอีก 2 เที่ยวช่วยเชื่อมพื้นที่ที่อยู่ห่างกันมาก
นี่จึงไม่ใช่แค่ทัวร์ที่ “ใส่สถานที่เยอะ” แต่เป็นการเดินทางที่ทำให้เราเห็นว่า ซินเจียงหนึ่งแห่งมีหลายโลกอยู่ในนั้นจริง ๆ
จุดต่างที่สำคัญ คือ โปรแกรมนี้ไม่ได้เริ่มและจบที่เดิม
ถ้าดูโปรแกรมซินเจียงทั่วไป ส่วนใหญ่มีเวลาประมาณ 6–9 วัน และมักเลือกขายเป็นซินเจียงเหนือหรือซินเจียงใต้แยกจากกัน โปรแกรมเหนือมักวนอยู่กับคานาส เหอมู่ ไซหลี่มู่และอี้หนิง ส่วนโปรแกรมใต้จะเน้นคัชการ์ ทัชเคอร์กัน ปามีร์ และทะเลสาบคาราคูล ทำให้หลายคนต้องเลือกระหว่างทะเลสาบแถบซินเจียงใต้ หรือไม่ก็ไปแค่ทุ่งหญ้าทางเหนือ ทั้ง ๆ ที่ทั้ง 2 ฝั่งมีความสวยงามอันเป็นเอกลักษณ์ที่แตกต่างและไม่ควรพลาดทั้งคู่
ดังนั้น Holiday Tour Center จึงออกแบบโปรแกรม "ซินเจียง เหนือจรดใต้" 15 วัน 13 คืน ให้เริ่มจากอัลไตทางเหนือสุด แล้วไล่ลงใต้เรื่อยๆ จนไปจบที่คัชการ์ เมืองที่เป็นจุดสิ้นสุดของเส้นทางสายไหม โดยใช้วิธี บินเข้า Altay และเดินทางกลับจาก Kashgar
ฟังดูเหมือนรายละเอียดเล็ก ๆ แต่ในซินเจียงไม่เล็กเลย เพราะนี่เป็นเขตที่มีพื้นที่มหาศาล การจัด Route ผิดหมายถึงเสียเวลาไปกับการนั่งรถย้อนกลับเป็นชั่วโมง ๆ
หลังเที่ยวตอนเหนือ โปรแกรมยังใช้เที่ยวบินภายในจาก Yining ไป Kuqa และต่อจาก Kuqa ไป Kashgar แทนการลากระยะทางทั้งหมดด้วยรถยนต์ เพราะระยะทางระหว่างเมืองบางช่วงยาวถึง 250-350 กิโลเมตรเลยทีเดียว
สำหรับคนที่ให้ความสำคัญกับ “เวลา” พอ ๆ กับราคา ตรงนี้เป็นจุดสำคัญเพราะวันพักร้อน 15 วันควรถูกใช้กับการ “เที่ยวได้อย่างเต็มอิ่มและคุ้มค่า” มากกว่าการนั่งรถกลับไปกลับมาโดยไม่จำเป็น
ไฮไลท์ที่เราจะพาคุณไปสัมผัสในทริปนี้
เริ่มที่อุทยานธรณีแห่งชาติคานาส ใกล้พรมแดนมองโกเลีย รัสเซีย และคาซัคสถาน ได้ขึ้นหอส่องมัจฉาที่ความสูงกว่า 660 เมตรเหนือทะเลสาบ ชมวิว 360 องศา แล้วไปเดินริมทะเลสาบคานาสที่น้ำสีเทอร์ควอยซ์สะท้อนป่าสนและป่าเบิร์ช ตามด้วยหมู่บ้านชนเผ่าตูวาที่ยังอยู่ในกระท่อมไม้ซุง อ่าวเทพเทวดา อ่าวพระจันทร์เสี้ยว อ่าวมังกรหลับ และหมู่บ้านเหอมู่ ช่วงที่คนนิยมไปมากที่สุดคือฤดูใบไม้ร่วง ที่ยอดเขาเปลี่ยนเป็นสีส้มและเหลือง ซึ่งรอบเดินทางปลายเดือนกันยายนจะตรงกับช่วงนี้
จากนั้นลงมาที่หาดห้าสี หน้าผาหลากสีริมแม่น้ำเออร์ติช ซึ่งเป็นแม่น้ำสายเดียวของจีนที่ไหลลงมหาสมุทรอาร์กติก แล้วไปนครปีศาจอูเหอ ที่ได้นั่งรถไฟเล็กลัดเลาะเข้าไปกลางเสาหินที่ลมพัดผ่านจนเกิดเสียงคล้ายเสียงร้อง ต่อด้วยทะเลสาบเซย์รามที่ได้ฉายาว่า "น้ำตาหยดสุดท้ายของมหาสมุทรแอตแลนติก" สะพานกัวจื่อโกวที่ยาว 700 เมตรและสูงจากก้นหุบเขา 200 เมตร และถนนหลิวซิงในอี้หนิง ย่านเมืองเก่าที่วางผังเป็นรูปดาว 6 แฉก
ช่วงกลางทริปคือทุ่งหญ้านาลาทีที่ได้รับการจัดเป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับ 5A สูงเฉลี่ย 1,800-2,200 เมตร สวนดอกไม้เทียนซาน (รอบเดือนมิถุนายนจะพาไปชมทุ่งลาเวนเดอร์ฮั่วเฉิง) และหมู่บ้านคาซานฉีที่บ้านเรือนสีฟ้าพาสเทลจนได้ฉายาว่า "โมร็อกโกแห่งเมืองจีน" โดยได้นั่งรถม้าชม
ทางใต้ บินไปคูชา เมืองโอเอซิสบนเส้นทางสายไหม ชมโบราณสถานพุทธศาสนาซูบาชิซึ่งเป็นที่ที่พระถังซัมจั๋งเคยแวะจำพรรษานานกว่า 2 เดือน พระราชวังคูเชอ และแกรนด์แคนยอนคูเชอ ช่องผาสีแดงยาวราว 5.5 กิโลเมตรที่จุดแคบที่สุดกว้างเพียง 0.4 เมตร ต้องเดินเอียงตัวผ่าน
ปิดท้ายที่คัชการ์ เดินเมืองโบราณอายุกว่า 2,000 ปี มัสยิดอิดคาห์ ตรอกช่างทำเครื่องทองแดงและตรอกสายรุ้ง นั่งจิบชาในโรงน้ำชาอายุร้อยปี แล้วขึ้นไปทะเลสาบคาราคูลบนความสูงกว่า 3,600 เมตร ที่ฉากหลังเป็นยอดเขาหิมะ น้ำเปลี่ยนสีไปตามแสง และมีกระโจมคีร์กีซกับจามรีเล็มหญ้าริมฝั่ง ก่อนปิดทริปที่บ้านโบราณเกาไถ ชุมชนดินอัดบนหน้าผาอายุกว่า 500 ปี
เริ่มต้นด้วย "ซินเจียงเหนือ" วิวที่ทำให้ลืมภาพประเทศจีนแบบเดิม ๆ
ช่วงแรกของทริป เราจะพาท่านเข้าสู่อัลไตและ อุทยานคานาส (Kanas) หนึ่งในภาพจำสำคัญที่สุดของซินเจียงเหนือ ทั้งป่าและทะเลสาบสไตล์ "สวิตเซอร์แลนด์แห่งเอเชีย"
คานาสไม่ได้สวยเพราะมีทะเลสาบเพียงอย่างเดียว แต่เพราะภูมิประเทศทั้งบริเวณทำงานร่วมกันหมด ตั้งแต่น้ำสีเทอร์ควอยซ์ ป่าสน เทือกเขาอัลไต ไปจนถึงสีของต้นไม้ที่เปลี่ยนไปตามฤดูกาล
โปรแกรมใช้เวลาเดินทางเข้าสู่ Kanas National Geopark ก่อนขึ้น Guanyu Pavilion หรือหอส่องมัจฉา ซึ่งเป็นจุดชมวิวมุมสูง ก่อนลงมาสัมผัสทะเลสาบคานาสอย่างใกล้ชิด
วันถัดมาเราจะยังไม่รีบหนีไปเที่ยวเมืองอื่น แต่เที่ยวต่อภายในโซนคานาส ทั้งหมู่บ้านชาวตูวา Fairy Bay, Moon Bay และ Wolong Bay
นี่เป็นสิ่งที่เราชอบใน Route นี้ เพราะสถานที่ระดับคานาส ถ้าบินมาไกลขนาดนี้แล้วให้เวลาแค่ครึ่งวันเพื่อถ่ายรูปแล้วกลับ คงน่าเสียดายมาก !
แล้วก็ถึง Hemu หมู่บ้านที่ไม่ต้องพยายามทำตัวให้ “Instagrammable”
ต่อจากคานาสคือ หมู่บ้านเหอมู่ (Hemu Village)
บ้านไม้หลังคาสามเหลี่ยม กระจายตัวท่ามกลางทุ่งหญ้า แม่น้ำ ป่าไม้และภูเขา จนดูเหมือนเป็นสถานที่ที่ฝ่าย Art Direction ของที่ไหนสักแห่งจงใจเซ็ตขึ้นมา แต่ทั้งหมดนั้นคือภูมิทัศน์ของจริง
Hemu ตั้งอยู่ในพื้นที่เทือกเขาอัลไตใกล้เขตรัสเซีย มองโกเลีย และคาซัคสถาน และยังคงมีชุมชนตูวาอาศัยอยู่ในพื้นที่
หลังจากนั้นเราจะพาไป Five-Colored Beach ก่อนเข้าสู่ภูมิประเทศยาดังอันแปลกตาของ Urho Ghost City
พูดง่าย ๆ คือไม่กี่วันแรก คุณจะได้เห็นตั้งแต่ทะเลสาบ ป่าสน หมู่บ้านไม้ แม่น้ำสีฟ้า ไปจนถึงภูมิประเทศกึ่งทะเลทราย
ซินเจียงเริ่มสนุกตรงที่วิวเมื่อวานแทบไม่ช่วยให้เดาได้เลยว่าวันพรุ่งนี้จะเจออะไร
Sayram Lake และ Nalati ในวันที่ซินเจียงดูเหมือนยุโรป
หนึ่งในภาพที่ทำให้ซินเจียงเหนือกลายเป็นจุดหมายยอดนิยมคือ ทะเลสาบเซย์ราม หรือ Sayram Lake
ในโปรแกรม Holiday Tour Center ทะเลสาบแห่งนี้อยู่ก่อนเส้นทางผ่าน Guozigou Bridge และเดินทางเข้าสู่อี้หนิง โดย Sayram เป็นทะเลสาบน้ำจืดบนภูเขาที่รายล้อมด้วยทุ่งหญ้าและเทือกเขา
แต่ทริปไม่ได้หยุดอยู่ที่ทะเลสาบแค่นั้น
ยังเดินทางต่อไปยัง ทุ่งหญ้านาลาที (Nalati Grassland) ที่ระดับความสูงเฉลี่ยประมาณ 1,800–2,200 เมตร รายล้อมด้วยเทือกเขาเทียนซาน และมีช่วงเวลาให้คุณได้เก็บภาพทุ่งหญ้า ภูเขา และวิถีชีวิตในพื้นที่ ไม่ใช่แค่ลงรถ ถ่ายรูป แล้วขึ้นรถต่อ
ถ้าเดินทางเดือนมิถุนายน เราจะยังได้เข้าชม ทุ่งลาเวนเดอร์ Huocheng ตามฤดูกาล ส่วนช่วงอื่นจะเข้าชมพื้นที่ดอกไม้ที่เหมาะสมตามช่วงเวลานั้น ๆ
ตรงนี้คุณจึงควรวางแผนเลือกเดือนเดินทางจากสิ่งที่อยากเห็นจริง ๆ ไม่ใช่เลือกเพราะวันหยุดอย่างเดียว
จากทุ่งหญ้าเข้าสู่ “คูชา”
ถ้าโปรแกรมจบตรงอี้หนิง มันก็คงเป็นทัวร์ซินเจียงเหนือที่ดีโปรแกรมหนึ่ง แต่หลังจากนี้ต่างหากที่คำว่า เหนือจรดใต้ เริ่มมีความหมาย
โดยเราจะบินเข้าสู่ Kuqa หรือคูชา เมืองโอเอซิสเก่าแก่บนเส้นทางสายไหม ซึ่งบรรยากาศไม่เหมือนคานาสหรืออี้หนิงอีกต่อไป
มีทั้ง Subash Buddhist Ruins โบราณสถานพุทธศาสนาที่มีประวัติย้อนกลับไปตั้งแต่ราวศตวรรษที่ 3 และเกี่ยวข้องกับเส้นทางของพระถังซำจั๋ง รวมถึง Royal Palace of Kuche ที่สะท้อนประวัติศาสตร์ท้องถิ่นของคูชา
จากนั้นเข้าสู่หนึ่งในสถานที่ที่หน้าตา “ไม่เหมือนจีน” อย่างที่สุดแห่งหนึ่งของทริป นั่นก็คือ Tianshan Mysterious Grand Canyon หรือ Kuqa Grand Canyon
หน้าผาหินทรายสีแดงทอดตัวสูงขึ้นสองข้าง ทางเดินค่อย ๆ แคบลงระหว่างผาหินจนบางช่วงเหมือนหลุดเข้าไปอยู่บนดาวดวงอื่น ตัวแคนยอนยาวประมาณ 5.5 กิโลเมตรและบางช่วงมีช่องแคบมาก
ลองคิดดูนะคะ จากภูเขาหิมะและป่าสนเมื่อไม่กี่วันก่อน มาเป็นหุบเขาหินแดงในวันนี้
นี่คือเหตุผลที่เราคิดว่า “เหนือจรดใต้” เป็นคำขายที่ทรงพลังกว่า “เที่ยวครบ”
เพราะมันไม่ได้ครบแค่จำนวนสถานที่ แต่มันครบในเรื่อง ความแตกต่างของภูมิประเทศ
Kashgar จุดที่ซินเจียงเริ่มให้ความรู้สึกเหมือนเอเชียกลางมากกว่าจีน
จากคูชา เราจะใช้เที่ยวบินภายในเข้าสู่ คัชการ์ (Kashgar) โดยตรง
และถ้าช่วงแรกของทริปคือธรรมชาติ ช่วงท้ายคือวัฒนธรรมแบบเต็มตัว
เมืองเก่าคัชการ์มีตรอกซอกซอย บ้านเรือน งานฝีมือ มัสยิดอิดคาห์ และโรงน้ำชาเก่าแก่ที่ทำให้การเดินเที่ยวไม่ได้มีแค่ “สถานที่ให้ถ่ายรูป” แต่มีบรรยากาศของเมืองจริง ๆ อยู่ด้วย โดยเราจะเดินทางเข้าคัชการ์ในวันที่ 12 ของทริปนี้ ก่อนเที่ยวเมืองโบราณ มัสยิด และโรงน้ำชา
นี่เป็นอีกจุดที่ทำให้ทริปน่าสนใจสำหรับนักเดินทาง มากกว่าทัวร์สายถ่ายรูปอย่างเดียว
เพราะพอเที่ยวมาถึงช่วงนี้ สิ่งที่ได้กลับไปไม่ได้มีแค่รูปสวย แต่เริ่มเห็นภาพว่าเหตุใดซินเจียงจึงเป็นพื้นที่สำคัญของเส้นทางสายไหม และเหตุใดวัฒนธรรมของที่นี่จึงต่างจากเมืองใหญ่อย่างปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ หรือเฉิงตูอย่างสิ้นเชิง
ปิดท้ายที่ Karakul Lake ในวันที่ต้องยอมรับว่าประเทศจีนใหญ่กว่าที่เราคิดมาก
ก่อนจบทริปยังมีอีกหนึ่งภาพใหญ่รออยู่ นั่นคือ ทะเลสาบคาราคูล (Karakul Lake) บนที่ราบสูงปามีร์
ทะเลสาบอยู่บนระดับความสูงประมาณ 3,600 เมตร มีฉากหลังเป็นเทือกเขาสูงและยอด Muztagh Ata ทำให้บรรยากาศต่างจากทะเลสาบทางเหนืออย่าง Kanas และ Sayram อีกครั้ง แหล่งข้อมูลท่องเที่ยวซินเจียงปัจจุบันก็จัด Karakul, Kashgar และ Pamir ไว้เป็นกลุ่มไฮไลท์หลักของ Southern Xinjiang
แต่ตรงนี้มีเรื่องที่ควรรู้ก่อนจองด้วย
ระดับความสูง 3,600 เมตรไม่ใช่เรื่องธรรมดาสำหรับทุกคน โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือไม่เคยขึ้นพื้นที่สูงมาก่อน จึงควรประเมินสุขภาพและสอบถามทีมงานอีกครั้งในเรื่องการเตรียมตัวให้ชัดเจนก่อนเดินทาง
แล้ว 138,000 บาท แพงเกินไปไหมเมื่อเทียบกับทัวร์ซินเจียงทั่วไป ?
ถ้าเทียบตัวเลขหน้าจอตรง ๆ ก็คงต้องตอบว่า "ใช่"
แต่ถ้าเปรียบเทียบแค่ราคาแบบนั้นไม่แฟร์นัก
เพราะโปรแกรมซินเจียงของ Holiday Tour Center ใช้เวลา 15 วัน 13 คืน ครอบคลุมทั้งซินเจียงเหนือและใต้ ราคา 138,000 บาท รรวมตั๋วเครื่องบินไปกลับพร้อมเที่ยวบินภายใน 2 เที่ยว โรงแรมระดับ 4-5 ดาว อาหารทุกมื้อตามระบุในโปรแกรม ค่าเข้าชม รถรับส่ง ประกันการเดินทาง น้ำดื่ม ไกด์ไทย และค่าทิปแล้ว
ดังนั้นคำถามที่ควรถามไม่ใช่เพียงว่า
“138,000 บาทแพงไหม?”
แต่ควรถามว่า
“ถ้าอยากเที่ยวทั้งซินเจียงเหนือและใต้ จะต้องใช้เงินและวันลาเท่าไรถ้าแยกเดินทางออกเป็น 2 ครั้ง ?”
พอมองแบบนี้ สมการจะเปลี่ยนทันที
โดยเฉพาะสำหรับคนวัยทำงาน เจ้าของธุรกิจ หรือผู้บริหารที่เงินอาจไม่ใช่ทรัพยากรที่หายากที่สุด แต่ เวลา ต่างหากที่แพง
ทริปนี้เหมาะกับใคร?
โปรแกรมนี้เหมาะมากกับคนที่เคยเดินทางมาหลายประเทศแล้ว และเริ่มอยากเห็นสถานที่ที่แตกต่างจากเส้นยุโรป ญี่ปุ่น หรือจีนเมืองหลัก คนที่ชอบธรรมชาติแต่ไม่อยากเที่ยวธรรมชาติ 15 วันติด คนที่สนใจวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ และคนที่คิดว่าซินเจียงเป็น Destination ที่อยาก “ไปให้สุด” มากกว่าจะเก็บไว้กลับไปหลายรอบ
แต่ต้องบอกตามตรงว่า 15 วันในซินเจียงยังมีวันที่เดินทางทางบกหลายชั่วโมง เช่น Altay–Kanas, Kuitun–Sayram และ Kashgar–Karakul
ความยาวของทริปจึงเป็นทั้ง ข้อดีและต้นทุน
คนที่เลือกโปรแกรมนี้ควรเลือกเพราะอยากเห็นซินเจียงอย่างจริงจัง ไม่ใช่เพียงเพราะอยากมีรูปคานาสสวย ๆ กลับบ้าน
สรุปแล้ว ทำไม “ซินเจียง เหนือจรดใต้” ของ HTC ถึงเป็นโปรแกรมที่น่าสนใจ
สิ่งที่ทำให้โปรแกรมนี้น่าสนใจที่สุดไม่ใช่แค่สถานที่ใดสถานที่หนึ่ง ไม่ว่าจะเป็น Kanas, Hemu, Kashgar และ Karakul
แต่สิ่งที่หาได้ยากกว่าคือ การนำเอาสถานที่เหล่านั้นมาเชื่อมกันเป็น Journey เดียว
เริ่มจาก Altay และ Kanas ในโลกของภูเขา ป่าสนและทะเลสาบ ผ่าน Hemu, Sayram และ Nalati ที่เขียวเหมือนยุโรป ก่อนเปลี่ยนเข้าสู่ประวัติศาสตร์เส้นทางสายไหมที่ Kuqa แล้วเดินเข้าไปกลางหน้าผาสีแดงของ Tianshan Grand Canyon ปิดท้ายด้วย Kashgar และเทือกเขาปามีร์ที่ Karakul Lake
จากเหนือสุดมาจนใต้
จากป่าสนมาสู่ทะเลทราย
จากธรรมชาติมาสู่วัฒนธรรม
จากโลกแบบอัลไตมาจนถึงโลกแบบเอเชียกลาง
นี่จึงเป็นทริปสำหรับคนที่ไม่ได้อยากบอกคนรู้จักหลังจากกลับมาว่า
“ฉันเคยไปซินเจียง”
แต่อยากตอบได้ว่า
“ฉันได้เห็นแล้วว่าซินเจียงจริง ๆ มีหน้าตาแบบไหน”
และถ้ามีเวลา 15 วัน มีงบประมาณ และรู้ตัวอยู่แล้วว่าอาจไม่ได้กลับไปซินเจียงเหนือและใต้แยกกันอีกหลายครั้ง การเที่ยวจาก เหนือจรดใต้ในครั้งเดียว ก็เป็นวิธีใช้เวลาในหนึ่งทริปที่มีได้คุ้มค่ากว่าที่ตัวเลขราคาบอก
FAQ: คำถามที่คนวางแผนเที่ยวซินเจียงมักอยากรู้
ทัวร์ซินเจียง Holiday Tour Center ใช้เวลากี่วัน?
โปรแกรมซินเจียงเหนือจรดใต้ใช้เวลา 15 วัน 13 คืน เดินทางช่วงเดือนเมษายนถึงกันยายน 2570 ราคาเริ่มต้น 138,000 บาท
ทัวร์นี้เที่ยวซินเจียงเหนือและใต้จริงหรือไม่?
จริง โดยโปรแกรมจะเริ่มที่ Altay และเที่ยว Kanas, Hemu, Sayram Lake, Yining และ Nalati ในตอนเหนือ ก่อนเดินทางสู่ Kuqa และ Kashgar ทางตอนใต้ รวมถึง Karakul Lake บนที่ราบสูงปามีร์
จุดเด่นของโปรแกรมซินเจียงเหนือจรดใต้คืออะไร?
จุดเด่นหลักคือการรวมธรรมชาติของ Northern Xinjiang และวัฒนธรรมเส้นทางสายไหมของ Southern Xinjiang ไว้ในทริปเดียว พร้อมใช้เที่ยวบินภายใน 2 เที่ยวเพื่อลดระยะการเดินทางทางบกระหว่างภูมิภาค
ถ้าไปซินเจียงครั้งแรก ควรเลือกเหนือ ใต้ หรือเหนือจรดใต้?
ถ้ามีเวลาประมาณหนึ่งสัปดาห์ ควรเลือกตามความสนใจและงบที่มี ซินเจียงเหนือเด่นเรื่องทะเลสาบ ภูเขา ป่าไม้และทุ่งหญ้า ส่วนซินเจียงใต้เด่นเรื่อง Kashgar, Pamir และวัฒนธรรมเส้นทางสายไหม แต่ถ้ามีเวลาประมาณ 15 วันและไม่อยากเลือกเพียงฝั่งเดียว โปรแกรมเหนือจรดใต้จะให้ภาพรวมของซินเจียงครบกว่าการเที่ยวแค่ภูมิภาคเดียว
ทัวร์ซินเจียง 15 วันเหมาะกับผู้เดินทางอายุ 50–60 ปีไหม?
เหมาะกับผู้ที่สุขภาพแข็งแรงและเดินทางระยะไกลได้ แต่ควรทราบว่ามีหลายวันที่อาจต้องนั่งรถหลายชั่วโมง และ Karakul Lake อยู่บนพื้นที่สูงประมาณ 3,600 เมตร ผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือกังวลเรื่องพื้นที่สูงควรปรึกษาแพทย์และสอบถามบริษัทฯ อีกครั้งก่อนจอง
